วันอาทิตย์, มีนาคม 15, 2026
หน้าแรก บล็อก
สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) ได้รวบรวมข้อมูลความคลาดเคลื่อนทางยาจากระบบ National Reporting and Learning System (NRLS) กว่า 2 ล้านเรคคอร์ด และนำเทคโนโลยี  NLP มาช่วยประมวลผล พบว่ายาในกลุ่ม HAD เช่น Warfarin, KCL และ Insulin เป็นยาที่มักเกิดความคลาดเคลื่อนรุนแรง (ระดับ E ขึ้นไป) การทำความเข้าใจ "ปัจจัยสนับสนุน" จึงเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบระบบป้องกันเชิงรุกมากกว่าการมุ่งเน้นที่ความผิดตัวบุคคล “พลิกวิกฤตจากยาความเสี่ยงสูง (High-Alert Medication) เข้าถึงรากเหง้า เข้าใจปัจจัย สู่การออกแบบระบบด้วยหัวใจของทีมสหสาขาวิชาชีพ” ความเชื่อมโยงของ High Alert Medication และ Contributing Factors ความคลาดเคลื่อนทางยา (Medication Error) ที่เกิดกับยา HAD นั้น ไม่ได้มีสาเหตุจากตัวยาเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสาเหตุการเกิดจากระบบและปัจจัยสนับสนุน (Contributing Factors) ที่ส่งเสริมให้เกิดความผิดพลาดได้ง่ายขึ้นหรือมีความรุนแรงมากขึ้น โดยความคลาดเคลื่อนสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสั่งใช้ยา (Prescribing), การคัดลอกคำสั่ง (Transcribing), การจัดจ่าย (Dispensing), การบริหารยา (Administration)...
ศาสตร์และศิลป์แห่งการสื่อสารเพื่อการบริบาล: จาก ‘หัวคิด’ สู่ ‘หัวใจ’ (Sympathy, Empathy & Compassion) ในการทำงานสายสุขภาพที่ต้องเผชิญกับความคาดหวังและความกดดันอยู่เสมอ "การสื่อสาร" ไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายทอดข้อมูลการรักษา แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเยียวยาจิตใจทั้งของผู้ให้และผู้รับบริการ รากฐานสำคัญของการสื่อสารคือ การสื่อสารภายในตนเอง (Intrapersonal Communication) จุดเริ่มต้นของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่การพูดกับผู้ป่วย แต่คือการสื่อสารกับตนเอง การสำรวจความรู้สึกนึกคิดภายใน ความภาคภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) และ ความเคารพในตนเอง (Self-respect) ทำให้เรามีความมั่นใจและชอบในสิ่งที่ตนเองเป็น  พลังงานเชิงบวกนั้นจะถูกส่งผ่านน้ำเสียงและท่าทางออกไปโดยอัตโนมัติ หลักของ Paul Watzlawick ที่กล่าวว่า "You cannot not communicate" หมายถึงมนุษย์ "ไม่สามารถไม่สื่อสารได้" (จะสื่อหรือไม่สื่อ ล้วนเป็นการสื่อสารทั้งสิ้น) แม้ในขณะที่เรานิ่งเงียบ ท่าทาง แววตา และสีหน้าของเราก็กำลังทำหน้าที่สื่อสารกับคนรอบข้างตลอดเวลา ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ เราคือ ตัวแทน ขององค์กร การตระหนักถึงบริบท และกาลเทศะ จึงเป็นเรื่องสำคัญ การปรับสีหน้าให้ "ละมุน" หรือการยกมุมปากเพียงเล็กน้อย แม้ยังไม่ได้เอ่ยปากพูด ก็ช่วยลดช่องว่างความตึงเครียดในสถานพยาบาลได้ เนื่องจากในการสื่อสารต่อหน้า เจตนา (Intent ) คือน้ำเสียง และภาษากาย มีน้ำหนักกว่าเนื้อหา...
Compassionate Workforce: หัวใจสำคัญสู่คุณภาพบริการสุขภาพที่ยั่งยืน ในโลกของการทำงานด้านสาธารณสุขที่เต็มไปด้วยความกดดัน และความคาดหวัง "หัวใจ" ของคนทำงานคือเครื่องยนต์สำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืน "ความโอบอ้อมอารี (Compassion)" ไม่ใช่แค่ทักษะทางอารมณ์ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบสุขภาพ   นิยามของ Compassion: ไม่ใช่แค่สงสาร แต่คือการลงมือทำ Compassion หรือความโอบอ้อมอารี ในบริบทของการทำงานยุคใหม่ ไม่ได้หมายถึงความอ่อนไหวหรือการพูดดีกับทุกคนเสมอไป แต่คือ "ความสามารถในการรับรู้ถึงความทุกข์ของผู้อื่น และตอบสนองด้วยการลงมือทำอย่างมีปัญญา" ในวงการ Health Care เรามักยึดติดกับระเบียบ และวิธีปฏิบัติจนบางครั้งอาจหลงลืมความเป็นมนุษย์ Compassion จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้นโดยใช้สติ และปัญญาประกอบกับระเบียบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดคือ "ทำให้คนในสังคมอยู่เย็นเป็นสุข"   วิกฤต Burnout และความจำเป็นของ Generative Compassion ปัจจุบันวงการสาธารณสุขทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะ Burnout (หมดไฟ) อย่างรุนแรง บุคลากรขาดแคลน และคนรุ่นใหม่เริ่มไม่อยากเข้าสู่วิชาชีพนี้ สิ่งที่น่ากังวลคือเมื่อ Compassion ในกลุ่มวิชาชีพลดลง ผลกระทบจะตกอยู่ที่คนไข้ และความไว้วางใจต่อระบบสุขภาพ ทางออกคือ Generative Compassion หรือความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ที่ไม่ได้หยุดแค่ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ แต่พัฒนาไปสู่การกระทำที่สร้างสรรค์ ช่วยเหลือ และเยียวยาเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เป็นการเชื่อมต่อมนุษย์กับมนุษย์เข้าด้วยกัน ทั้งระหว่างเพื่อนร่วมงานและกับผู้รับบริการ   ความโอบอ้อมอารี 3 ระดับ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน Compassion ควรแสดงออกใน 3...
ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศ และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมระบบสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม บุคลากรทางการแพทย์ยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง และไม่สามารถถูกแทนที่ได้ทั้งหมด บทบาทของมนุษย์จะเปลี่ยนไปสู่การทำงานร่วมกับ AI มากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ และเพิ่มประสิทธิภาพ ดังคำกล่าวที่ว่า "AI จะไม่แทนแพทย์ แต่แพทย์ที่ใช้ AI จะได้เปรียบกว่าแพทย์ที่ไม่ใช้ AI" “เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงทุกวัน เราไม่ได้ปฏิเสธ Technology แต่เราต้องอยู่กับมันแบบ Compassionate ให้ได้” การทำ Digital Healthcare ไม่ใช่เพียงการมุ่งเน้นที่การลดการใช้กระดาษ หรือการแปลงข้อมูลให้เป็นดิจิทัลเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจไม่ได้ช่วยให้คุณภาพดีขึ้นเสมอไป ประเด็นสำคัญคือ การมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงกระบวนการดูแลผู้ป่วยเพื่อให้เกิดคุณค่า คุณภาพ ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ เป้าหมายหลักควรเป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพมากกว่าการวิ่งตามกระแสเทคโนโลยีใหม่ ๆ หลักการสำคัญที่สุดในการนำเทคโนโลยีมาใช้กับผู้ป่วยคือ "First, do no harm" หรือข้อพึงระวังในการไม่ทำอันตรายต่อผู้ป่วย เทคโนโลยีควรเข้ามาช่วยยกระดับการรักษา และต้องไม่สร้างผลกระทบเชิงลบ นอกจากนี้ หลักการเลือกใช้เทคโนโลยีคือ ไม่มีเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลก (The best technology in the world) มีเพียงแต่เทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดกับบริบทขององค์กร (The best fit in your...
Compassionate Innovation: เมื่อนวัตกรรมและหัวใจประสานเป็นหนึ่งเดียวเพื่ออนาคตแห่งการดูแล ในการประชุม HA National Forum ครั้งที่ 26 นี้ หัวข้อที่ถูกหยิบยกมาเป็นหัวใจสำคัญคือการสร้าง “นวัตกรรมที่เปี่ยมด้วยความเมตตา” (Compassionate Innovation) ซึ่งไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใช้ แต่คือการตั้งคำถามว่าเราจะใช้สิ่งเหล่านั้นเพื่อยกระดับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และลดความทุกข์ทรมานของผู้คนได้อย่างไร อย่ารักษาแค่ “โรค” แต่ต้องรักษา “คนที่เป็นโรค” อาจารย์ประสิทธิ์ได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างเทคโนโลยีและมนุษย์ โดยเปรียบเทียบว่า AI นั้นเก่งในการจัดการข้อมูลมหาศาล (Big Data) เพื่อวินิจฉัย "โรค" (Disease) แต่สิ่งที่ AI เข้าไม่ถึงคือ "ข้อมูลขนาดเล็ก" (Small Data) นั่นคือ “ความรู้สึก ความทุกข์ทรมาน ความกังวลเรื่องครอบครัว หรือปัญหาเศรษฐานะของผู้ป่วยรายบุคคล” ในอดีต แพทย์อาจใช้เวลาตรวจร่างกายและสัมผัสความทุกข์ของผู้ป่วยอย่างละเอียด แต่เมื่อมีเทคโนโลยีอย่าง CT Scan เข้ามา กลับพบปรากฏการณ์ "High Tech แต่ Low Touch" ที่เน้นดูภาพสแกนมากกว่าการซักประวัติ อาจารย์เน้นย้ำว่า "CT Scan บอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสมอง แต่ไม่เคยบอกเลยว่าคนไข้กำลังทุกข์ทรมาน (Suffering) อะไรบ้าง" ดังนั้น นวัตกรรมที่แท้จริงต้องเป็นการบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อเสริมการทำงาน แต่ไม่มาทดแทนการดูแลด้วยจิตใจ   องค์ประกอบ...
เมื่อ “กฎหมาย” ไม่ใช่ภาระของเอกสาร แต่คือรากฐานของความปลอดภัยในระบบยา ในระบบบริการสุขภาพ หลายครั้งคำว่า “กฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ” มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของเอกสาร การตรวจประเมิน หรือข้อกำหนดที่ต้องทำให้ครบตามเกณฑ์ แต่ในเวที “Law & Regulation in Medication Management System” เภสัชกรหญิงสิรีกร ลอยจิ๋ว ชวนให้ผู้ฟังกลับมามองใหม่ว่า แท้จริงแล้วกฎหมายไม่ใช่สิ่งที่อยู่ข้างนอกงานประจำ หากเป็นส่วนหนึ่งของระบบคุณภาพ และความปลอดภัยที่ต้องแปลงให้เกิดขึ้นจริงในทุกขั้นตอนของการจัดการด้านยา สาระสำคัญของการบรรยายครั้งนี้เริ่มจากการย้ำว่า หากองค์กรจะทำให้ประชาชนได้รับยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสม การรู้เพียงว่ามีกฎหมายอะไรบ้างย่อมไม่เพียงพอ สิ่งที่สำคัญกว่าคือการทำให้องค์กรเข้าใจว่ากฎหมายแต่ละฉบับเชื่อมโยงกับการปฏิบัติงานอย่างไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และจะถ่ายทอดลงสู่ระบบงานจริงได้อย่างไร เมื่อมองในภาพรวม การจัดการด้านยาเกี่ยวข้องกับกฎหมายจำนวนมาก ตั้งแต่พระราชบัญญัติสถานพยาบาล กฎหมายวิชาชีพ กฎหมายยา ยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต และประสาท กฎหมายข้อมูลสุขภาพ ไปจนถึงข้อบังคับเฉพาะทางของสภาวิชาชีพ และประกาศกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ telemedicine, telepharmacy, การให้สารทึบรังสี, hazardous drugs, ความปลอดภัยในการทำงาน, การจัดเก็บวัตถุไวไฟ และการจัดการของเสียทางการแพทย์ ความซับซ้อนนี้ทำให้เห็นชัดว่า ระบบการจัดการด้านยาไม่ใช่เพียงเรื่องของการสั่งยา จ่ายยา หรือเก็บยาเท่านั้น แต่เป็นระบบที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างองค์กร ความรับผิดชอบทางวิชาชีพ...
การปฏิรูปองค์กรด้วย AI ผ่านมุมมองด้านทรัพยากรมนุษย์(AI Transformation: A Human-Centric Approach) คุณอภิรัตน์ หวานชะเอม (Founder and CEO Practico Consulting) เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ไม่ได้เข้ามาเพื่อแทนที่คน แต่เข้ามา เปลี่ยนวิธีที่มนุษย์ทำงาน ภารกิจปฏิรูปองค์กรจึงไม่ใช่แค่หน้าที่ของฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศอีกต่อไป แต่คือบทบาทเชิงกลยุทธ์ ของฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource: HR) ในฐานะสถาปนิกผู้ออกแบบทักษะแห่งอนาคต การบรรยายหัวข้อนี้ กล่าวถึงการสร้าง Human-Centric AI เพื่อเปลี่ยนพนักงานให้กลายเป็นนวัตกร และเตรียมความพร้อมให้กับคน ซึ่งคือหัวใจสำคัญที่จะทะยานไปพร้อมกับเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน เหตุใด AI Transformation จึงเป็นเรื่องของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ในอดีตเทคโนโลยีมักถูกมองในฐานะเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเชิงเทคนิค แต่สำหรับ AI ในยุคปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นเครื่องมือสนับสนุนการทำงานเท่านั้น แต่กำลังทำหน้าที่เสมือนส่วนต่อขยายของกระบวนการคิดของมนุษย์ที่ช่วยเสริมศักยภาพในการวิเคราะห์ การสร้างสรรค์ และการตัดสินใจ เทคโนโลยีจึงไม่ได้อยู่เพียงในมิติของการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบงาน แต่ได้ก้าวเข้าสู่มิติของการเสริมพลังความสามารถทางปัญญาของบุคลากร (human cognitive augmentation) การบูรณาการบทบาทผู้บริหารด้านคน และเทคโนโลยี: แนวโน้มของหลายองค์กรที่เริ่มบูรณาการบทบาทผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล (Chief Human Resources Officer: CHRO) เข้ากับ ผู้บริหารด้านดิจิทัลหรือเทคโนโลยี (Chief Digital...
Leading Smarter with AI : เมื่อ AI กลายเป็นพลังเสริมให้ผู้นำ และองค์กรคุณภาพ ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวกระโดด AI จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของโปรแกรมเมอร์อีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับ "ผู้นำ" ในการบริหารจัดการองค์กร โดยเฉพาะในภาคส่วนสาธารณสุข การเสวนาครั้งนี้ได้ชี้ให้ถึงสาระสำคัญ 3 หัวข้อหลักดังนี้ การวางโครงสร้างพื้นฐาน AI (Organization AI Operating System: AIOS) รศ.ดร.อนิราช มิ่งขวัญได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหา "AI Sprawl" หรือการที่ต่างคนต่างใช้เครื่องมือ AI แยกส่วนกัน (เช่น ChatGPT, Canva) โดยไม่มีจุดร่วมของข้อมูล แนวทางที่ยั่งยืนคือการสร้าง Organization AIOS หรือเปรียบเสมือนการสร้าง "JARVIS" (จากภาพยนตร์ Iron Man) ไว้ในองค์กรเพื่อเชื่อมโยงข้อมูล และเครื่องมือทั้งหมดเข้าด้วยกัน Single Source of Truth: องค์กรต้องทำ Data Warehouse เพื่อรวมข้อมูลจากทุกแหล่ง (HIS, Lab, IOT) มาไว้ที่เดียว เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องชุดเดียวและพร้อมใช้งาน ...
ในวันที่โลกของบริการสุขภาพหมุนไปอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ประเทศไทยเรากำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเป็น "ประเทศแรกในโลก" ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก ISQua EEA ภายใต้เกณฑ์ฉบับใหม่ล่าสุด การเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐาน HA ฉบับที่ 6 จึงไม่ใช่เพียงการปรับเปลี่ยนเล่มมาตรฐาน หรือการเพิ่มภาระเอกสาร แต่คือการก้าวสู่ยุค "Intelligence Healthcare Accreditation" ที่เปลี่ยนจากการตรวจสอบ (Inspection) มาเป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมพลัง (Educational Process) โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือความปลอดภัยอย่างยั่งยืนของทั้งผู้ป่วย บุคลากร และประชาชน (3P Safety) มี 4 ประเด็นสำคัญที่ช่วยให้เรา "ก้าวไปข้างหน้า" เพื่อออกแบบระบบบริการสุขภาพที่ทันสมัย และมีคุณค่าร่วมกัน 1. ความเป็นสากลของ HA: ความภาคภูมิใจในมาตรฐานไทยระดับโลก มาตรฐาน HA ฉบับที่ 6 ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลจาก ISQua EEA (International Society for Quality in Health Care External Evaluation Association) ด้วยวิธีคิด  accreditation as an educational process...
  ในขณะที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด การมี AI ในทุกที่ ระบบสุขภาพไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย บทความนี้จะนำเสนอมุมมองจากผู้นำองค์กรด้านสุขภาพ ทั้ง 6 ท่าน ต่อการกำหนดทิศทาง นโยบายสุขภาพที่เน้นความทันสมัยควบคู่ไปกับความใส่ใจในความเป็นมนุษย์   จากหลักฐานสู่ผลกระทบ: นวัตกรรมระบบสุขภาพผ่านการวิจัยคุณภาพและความปลอดภัย สังคมก้าวเข้าสู่ Global Megatrends อย่างรวดเร็ว ได้แก่ demographic shift (สังคมผู้สูงอายุ, อัตราการเกิดลดลง  มีการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ), Sustainability & Climate change (Net Zero & Decarbonization, พลังงานหมุนเวียน, ESG), Urbanization & Smart Living (การขยายตัวของเมือง การขนส่งสะอาด), Geopolitical Shift (การแข่งขันของประเทศมหาอำนาจ, ความมั่นคงทางพลังงาน และอาหาร), Health & Biotech Revolution (Telemedicine, Personalized medicine, medical innovation) และ Digital transformation (AI, Automation, Big data, platform...
- Advertisement -

MOST POPULAR

HOT NEWS