วันพุธ, เมษายน 15, 2026
  ในขณะที่โลกกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด การมี AI ในทุกที่ ระบบสุขภาพไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย บทความนี้จะนำเสนอมุมมองจากผู้นำองค์กรด้านสุขภาพ ทั้ง 6 ท่าน ต่อการกำหนดทิศทาง นโยบายสุขภาพที่เน้นความทันสมัยควบคู่ไปกับความใส่ใจในความเป็นมนุษย์   จากหลักฐานสู่ผลกระทบ: นวัตกรรมระบบสุขภาพผ่านการวิจัยคุณภาพและความปลอดภัย สังคมก้าวเข้าสู่ Global Megatrends อย่างรวดเร็ว ได้แก่ demographic shift (สังคมผู้สูงอายุ, อัตราการเกิดลดลง  มีการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ), Sustainability & Climate change (Net Zero & Decarbonization, พลังงานหมุนเวียน, ESG), Urbanization & Smart Living (การขยายตัวของเมือง การขนส่งสะอาด), Geopolitical Shift (การแข่งขันของประเทศมหาอำนาจ, ความมั่นคงทางพลังงาน และอาหาร), Health & Biotech Revolution (Telemedicine, Personalized medicine, medical innovation) และ Digital transformation (AI, Automation, Big data, platform...
ในยุคที่ความคาดหวังของผู้รับบริการสูงขึ้น การบริหารจัดการข้อร้องเรียนไม่สามารถทำได้เพียงแค่การตั้งรับอีกต่อไป ตามกรอบ มาตรฐาน HA ฉบับที่ 5 หมวด I-3 (ผู้ป่วย/ผู้รับผลงาน) ระบุชัดเจนว่า องค์กรต้องมีการรับฟัง สังเกต และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วยเพื่อนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ รวมทั้งต้องมีกระบวนการจัดการข้อร้องเรียนอย่างทันท่วงทีและนำมาปรับปรุงภาพรวมขององค์กร การบรรยายในหัวข้อ "Turning Complaints into Compassionate Insight" จากตัวแทนโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และโรงพยาบาลระยอง ได้สะท้อนภาพจริงของการนำมาตรฐาน I-3 ไปสู่การปฏิบัติ ดังนี้ 1. ลำดับขั้นความคาดหวัง: ทำไมรักษาดี แต่ยังมีข้อร้องเรียน? การเก็บข้อมูลย้อนหลังจากโรงพยาบาล ชี้ให้เห็นว่ากว่า 60% ของข้อร้องเรียนไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดทางการแพทย์ แต่เกิดจากปัญหาด้านสิทธิ จริยธรรม และพฤติกรรมบริการ ลำดับขั้นจากมุมมองของผู้ป่วย: ผู้ป่วยมองว่า "ความปลอดภัยทางการแพทย์" เป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ต้องมีอยู่แล้ว พวกเขาจึงมักประเมินคุณภาพของโรงพยาบาลจากสิ่งที่สัมผัสได้โดยตรง คือ "ระยะเวลาที่รอคอย" และ "น้ำเสียง/ความเมตตาในการสื่อสาร" ช่องว่างทางการสื่อสาร: หลายครั้งเจตนาที่ดีทางการแพทย์ กลับส่งผลกระทบเชิงลบต่อจิตใจผู้ป่วยได้ เช่น การที่แพทย์เลื่อนผ่าตัดเพราะเกล็ดเลือดผู้ป่วยต่ำ หากไม่อธิบายบริบทให้ชัดเจน ญาติจะตีความว่าโรงพยาบาลละเลยจนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต 2. วงจรการบานปลาย: เมื่อ Chief Complaint บังตา Chief Concern      กรณีศึกษาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของข้อร้องเรียนที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้นน้ำ...
ในระบบบริการสุขภาพปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความคาดหวัง การนำนวัตกรรมด้าน "จิตวิญญาณ" และ "การตระหนักรู้" เข้ามาใช้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างมิติใหม่ของการดูแลที่ยั่งยืน เริ่มต้นจาก Mindfulness & Inner Peace หรือความสงบภายในที่เกิดจากการมีสติ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการบริการ และความสุขของผู้ให้บริการ ดังนี้ ศิลปะการทำงานให้สำเร็จ (The Art of Getting Things Done) ด้วย "สติ" ในระบบสุขภาพที่ซับซ้อน การทำงานให้สำเร็จมิใช่เพียงการทำงานตามขั้นตอน หรือการทำตามตัวชี้วัด  แต่เป็นการทำงานที่เปี่ยมด้วยความหมายผ่านสติ โดยสติจะมีทั้งสติเกิดขึ้นในระดับบุคคล (Individual Mindfulness) และสติในระดับกลุ่ม (Collective Mindfulness) ซึ่งมาจากการรวมกันของบุคคลนั่นเอง การทำงานให้สำเร็จด้วยสติในมิติต่าง ๆ มีดังนี้ ให้ความหมายกับความสำเร็จที่แท้จริงในวิชาชีพบริการสุขภาพคือการที่ "ผู้อื่นทุกข์น้อยลงโดยเรามีส่วนร่วมอยู่บ้าง", หากเราฉลองความสำเร็จขององค์กรในขณะที่ผู้รับบริการยังเป็นทุกข์ นั่นย่อมไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริง การอดทน เพื่อให้มี empathy เกิดขึ้น จัดเป็นทักษะที่ประกอบด้วยการ "อด" ในสิ่งที่ไม่มี และ "ทน" กับสิ่งที่มีที่ไม่เป็นตามความต้องการ ซึ่งเป็นทักษะที่ฝึกฝนได้ การเปลี่ยนมุมมอง จากการมองในมุมของผู้ให้บริการ เป็นมองในมุมของการเป็นผู้รับบริการ และการไม่ด่วนสรุปจากสิ่งที่เห็นเพียงด้านเดียว เพราะเมื่อเราเห็น "เหตุปัจจัย"...
การพัฒนาระบบสุขภาพในยุคปัจจุบัน เราไม่สามารถพึ่งพาเพียงเทคโนโลยีขั้นสูง หรือใช้เพียงความเห็นอกเห็นใจอย่างใดอย่างหนึ่งได้ แต่ต้องผสานทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ในการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีแนวทางดังนี้ การเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ การทำงานในโรงพยาบาลจะต้องไม่แยกส่วนเป็นไซโล (Silos) การจะนำเทคโนโลยีใดเข้ามาใช้ ต้องเริ่มต้นจากการออกแบบระบบ และกระบวนการทำงาน (Design System and Process) ให้เห็นภาพรวมทั้งหมดเสียก่อน องค์กรต้องกางแผนผังการเดินทางของผู้ป่วย (Patient Journey) ตั้งแต่เริ่มคัดกรอง วินิจฉัย รักษา ไปจนถึงการดูแลหลังการรักษา เพื่อวิเคราะห์ว่าแต่ละจุดสัมผัสบริการ (Touch Point) มีปัญหาหรือความกังวล (Pain Point) อะไรซ่อนอยู่ ตัวอย่างเช่น การลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน หากผู้ป่วยต้องไปแผนกเอกซเรย์ แทนที่จะต้องเดินไปขอคิวเอง ระบบที่ดีควรเชื่อมต่อให้เจ้าหน้าที่แผนกผู้ป่วยนอก (OPD) มองเห็นคิว และจองคิวเอกซเรย์ในระบบได้ทันที ซึ่งช่วยลดกระบวนการและลดการใช้บุคลากรลงได้ ในยุคที่วงการแพทย์ตื่นตัวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี หลายองค์กรพยายามแข่งขันกันลงทุนในเครื่องมือที่ล้ำสมัยที่สุด (High Tech) แต่การวิ่งตามเทคโนโลยีโดยไม่มองภาพรวมที่เชื่อมโยงกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำอาจนำไปสู่การลงทุนที่สูญเปล่าได้ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเทคโนโลยีหรือ AI ใด ๆ เข้ามาใช้ องค์กรจะต้องตั้งคำถามก่อนว่าเทคโนโลยีเหล่านั้นจะเข้ามาแก้ปัญหาอะไร และสอดคล้องกับบริบทของโรงพยาบาลหรือไม่ การวางรากฐานด้วยการออกแบบกระบวนการ (Process) จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เทคโนโลยีเกิดประโยชน์สูงสุด  High Tech ในการทำงานจริง ประกอบด้วย Data & Digital...
ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวล้ำไปไกล สิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญ และขาดไม่ได้ในการพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาลคือ “ความเป็นมนุษย์” การบรรยายใน session นี้ได้นำเสนอการหลอมรวมแนวคิด Spiritual Healthcare in Action (SHA) เข้ากับหลักการบริหารจัดการสมัยใหม่ เพื่อชี้ให้เห็นว่าความเมตตาไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึก แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นเลิศขององค์กร SHA: การขับเคลื่อนคุณภาพด้วยมิติจิตวิญญาณ      หัวใจหลักของ SHA คือการสร้างระบบการดูแลผู้ป่วยที่เน้น “ความเป็นมนุษย์” โดยไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การรักษาโรคทางกาย แต่ครอบคลุมถึง: การสัมผัสความทุกข์ยาก: ผู้นำ และทีมนำต้องมีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับผู้ป่วย และชุมชน เพื่อเข้าใจวิถีชีวิต และวัฒนธรรมอย่างแท้จริง การรับรู้ชีวิตด้านในของบุคลากร: องค์กรที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณจะให้ความสำคัญกับเป้าหมายชีวิต และความสุขของคนทำงาน เพื่อสร้างพลังจากภายใน (Spirit at Work) ให้กลายเป็นสมรรถนะหลักขององค์กร      ทั้งนี้การจะเปลี่ยนแนวคิด SHA และความเมตตาให้กลายเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรม ต้องอาศัยทักษะการจัดการ 3 มิติ ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมจิตวิญญาณสู่การปฏิบัติการจัดการ ตามแนวคิดของ Robert Katz1 ให้มีในตัวบุคลากร ได้แก่ Human Skills (ทักษะด้านคน): สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทีมงานกล้าเปิดใจ และร่วมมือกันบนพื้นฐานความไว้วางใจ Conceptual Skills (ทักษะด้านความคิด): มองภาพรวมให้เห็นว่ามิติจิตวิญญาณเชื่อมโยงกับมาตรฐานคุณภาพ (HA) และความปลอดภัยได้อย่างไร Technical Skills...
เส้นทางการพัฒนาของหมอพร้อมเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงบริบทโลกหรือ Megatrend และความพร้อมของมนุษย์ในการรับมือกับวิกฤต โดยหากทุกท่านจำกันได้ หมอพร้อมเกิดขึ้นมาในช่วงวิกฤต COVID-19 แพร่ระบาด ซึ่งนับได้ว่าเป็นยุคเริ่มต้นที่ทุกคนจดจำหมอพร้อมในฐานะแอปพลิเคชันสำหรับจองวัคซีน และจัดการข้อมูลช่วงการระบาดของโควิด-19 ต่อมาเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย แอปพลิเคชันไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกนำมาให้บริการพื้นฐานของสถานพยาบาล เช่น การดูประวัติสุขภาพเบื้องต้น จนถึงในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่การเป็น “Super App” ภายใต้แนวคิด "Healthy Life" เพื่อมุ่งเน้นนโยบายส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค สำหรับประชาชนทุกกลุ่มวัย ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโต และการปรับตัวด้านเทคโนโลยี ในปัจจุบันหมอพร้อมถูกออกแบบให้เป็น "Citizen Digital Gateway" หรือประตูเชื่อมต่อระหว่างประชาชนกับระบบสาธารณสุข โดยมีฟังก์ชันหลัก 4 มิติ ได้แก่ การเชื่อมต่อบริการสุขภาพ:  ให้บริการประวัติสุขภาพ (Personal Health Record: PHR) ใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ ใบนัดอิเล็กทรอนิกส์ และระบบแจ้งเตือน MOPH Alert การเชื่อมต่อประชาชนทุกกลุ่มวัย: โดยใช้หลักการจิตวิทยามาสร้างแรงจูงใจ เช่น กิจกรรมนับก้าวเดิน (เป้าหมาย 10,000 ก้าว) เพื่อสะสมคะแนนแลกรับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐหรือส่วนลดจากภาคเอกชน เช่น ร้านกาแฟ ด้วยระบบ Health ID ระบบยืนยันตัวตนสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้พิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าดูข้อมูลส่วนบุคคล...
“เมื่อระบบสุขภาพต้องก้าวพ้นวิธีคิดเดิม สู่คุณภาพและความปลอดภัยสำหรับทุกคน” ในเวทีปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Compassionate Healthcare System Policy for Quality and Safety for All: การขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพด้วยความใส่ใจเพื่อคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับทุกคน” นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ชวนผู้เข้าร่วมประชุมมองระบบสุขภาพไทยอย่างตรงไปตรงมา ว่าเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่อาจทำงานแบบเดิมได้อีกต่อไป หากยังต้องการรักษาทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของระบบบริการสุขภาพไว้ให้ได้พร้อมกัน จุดตั้งต้นของการบรรยายครั้งนี้ คือการยอมรับความจริงของ “ภาวะวิกฤต” ที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขกำลังเผชิญ โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเงินในไตรมาสแรกของปี 2569 ที่รายจ่ายพุ่งสูงกว่ารายรับ ขณะเดียวกัน ภาระงานของบุคลากรก็เกินขีดจำกัดมากขึ้นเรื่อยๆ ภาพนี้สะท้อนชัดว่า ความท้าทายของระบบไม่ได้มีเพียงเรื่องงบประมาณ แต่เป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่ต้องการทั้งความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และการเปลี่ยนวิธีคิดร่วมกัน เพราะในท้ายที่สุด ทุกหน่วยบริการต่างอยู่ในเรือลำเดียวกัน   จากโจทย์ดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุขจึงวางทิศทางการขับเคลื่อนปี 2569 บนฐานของ 5 เสาหลัก เพื่อสร้างระบบที่ยั่งยืน เสาแรกคือการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการสุขภาพเชิงพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่า เสาที่สองคือการสร้างสุขภาพดีทุกช่วงวัย เพื่อให้คนไทยแข็งแรงและลดภาวะพึ่งพิง เสาที่สามมุ่งเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรม โดยเฉพาะดิจิทัลสุขภาพและการแพทย์แม่นยำ เสาที่สี่คือการเพิ่มมูลค่าเชิงเศรษฐกิจสุขภาพ ยกระดับบริการไทยสู่มาตรฐานสากล และเสาสุดท้ายคือการดูแลบุคลากรให้มีขวัญกำลังใจและคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดี ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของระบบบริการที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง   หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คือแนวคิด “One Region One Province One Hospital”...
“เมื่อการดูแลผู้ป่วย ต้องขยายความหมายไปสู่การดูแลโลก” ในอดีต เมื่อกล่าวถึงบทบาทของโรงพยาบาล เรามักนึกถึงสถานที่สำหรับการรักษาเยียวยา การฟื้นฟูสุขภาพ และการดูแลชีวิตของผู้คนในยามเปราะบาง แต่ในโลกปัจจุบัน ความหมายของ “การดูแล” กำลังขยายกว้างออกไปกว่านั้นอย่างชัดเจน เพราะวิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม หากกำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพของประชาชน และย้อนกลับมากระทบต่อระบบบริการสุขภาพโดยตรง ใน session “From Patient Care to Carbon Care: Carbon Footprint of Healthcare and Thailand’s Net Zero 2050” รศ.ดร. รัตนาวรรณ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้ชวนผู้เข้าร่วมประชุมมองบทบาทของภาคสาธารณสุขในมิติใหม่ ว่าโรงพยาบาลและระบบสุขภาพในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้รับผลกระทบ” จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยเช่นกัน ดังนั้น การขยับจาก Patient Care ไปสู่ Carbon Care จึงไม่ใช่เรื่องทางเลือก แต่เป็นโจทย์สำคัญของการพัฒนาระบบสุขภาพอย่างยั่งยืน   การบรรยายเริ่มจากการวางบริบทให้เห็นว่า ประเทศไทยยังอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว น้ำท่วม ภัยแล้ง และความผันผวนที่รุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ เมื่อประกอบกับแนวโน้มอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น และความเสี่ยงที่โลกอาจเข้าใกล้หรือทะลุขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียส ก็ยิ่งทำให้เห็นชัดว่า ปัญหานี้ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป หากเป็นความเปลี่ยนแปลงที่กำลังกระทบต่อชีวิต...
"Compassionate Innovation: Shaping the Future of Care" นวัตกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความใส่ใจ สร้างมิติใหม่ของการดูแล   ในยุคที่เทคโนโลยี และนวัตกรรมมีบทบาทในทุกมิติของระบบสุขภาพอย่างน่าตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ ระบบสุขภาพดิจิทัล การแพทย์ทางไกล หรือเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง สิ่งหนึ่งที่เริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้นคือ ท่ามกลางความ “น่าตื่นเต้น” เหล่านี้ "หัวใจของความเป็นมนุษย์" ในการดูแลผู้ป่วยยังคงอยู่ครบถ้วนหรือไม่ ความรู้สึกใกล้ชิด ความเข้าใจในความทุกข์ของผู้ป่วย และผู้ดูแล ตลอดจนความเอาใจใส่ที่แท้จริงต่อบุคลากรผู้ให้บริการ ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่อาจทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยีเพียงลำพัง   แนวคิด Compassionate Innovation จึงเป็นสิ่งที่ช่วยให้เราพร้อมเผชิญกับความท้าทายนี้ นวัตกรรมที่แท้จริงไม่ได้หมายถึงเพียงความล้ำหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพียงเท่านั้น แต่ต้องเป็นนวัตกรรมที่ "ใส่ใจ" ออกแบบมาเพื่อดูแลทั้งร่างกาย และจิตใจ สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ป่วย และลดความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ของบุคลากรไปพร้อมกัน การสร้างสมดุลระหว่าง "ประสิทธิภาพ" กับ "ความเป็นมนุษย์" นี้เอง คือหัวใจสำคัญที่จะนำพาระบบสุขภาพไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน   การประชุมวิชาการประจำปี HA National Forum ครั้งที่ 26 นี้ จึงเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ ผู้บริหาร นักวิชาการ รวมทั้งผู้ป่วย และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางใหม่ของการดูแล ที่ไม่เพียงตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพของประชาชน แต่ยังคำนึงถึงความรู้สึก อารมณ์ ความต้องการทางสังคมและจิตใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง...
บทบาทหน้าที่ของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาเพื่อการรับรองคุณภาพ ให้คำแนะนำหรือเสนอแนะแก่ผู้อำนวยการในการพิจารณารับรองคุณภาพและเพิกถอนการรับรองคุณภาพ วิเคราะห์รายงานผลการเยี่ยมสำรวจกระบวนการคุณภาพของสถานพยาบาลเพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้อำนวยการ พิจารณาส่งข้อมูลหรือสอบถามประเด็นข้อสงสัยเพิ่มเติมจากคณะผู้เยี่ยมสำรวจ หรือมอบหมายผู้เยี่ยมสำรวจเข้าเยี่ยมสถานพยาบาลเพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการให้คำปรึกษาและปฎิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย Top 5 ประเด็นที่ให้ติดตามในการเยี่ยมสำรวจเพื่อเฝ้าระวัง ในปีงบประมาณ 2567 ได้แก่ คุณภาพทางคลินิกและการดูแลผู้ป่วย การวัดวิเคราะห์ การบริหารความเสี่ยง/มาตรฐานสำคัญจำเป็น ระบบการจัดการด้านยา บุคลากร การนำ(การกำกับดูแลทางคลินิก) และสิ่งแวดล้อม คุณภาพการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการรับรองคุณภาพ HA โดยรวมดีขึ้นอย่างช้าๆ โรงพยาบาลคุณภาพต้องพัฒนาที่ดีขึ้นกว่าครั้งก่อนแบบมีหลักฐาน (evidence base) มีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง พัฒนาเป็น Result Base Accreditation มีผลลัพธ์การพัฒนาตามมิติคุณภาพ ตามมาตรฐานตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 4 ดีขึ้นจนถึง Impact และ ผู้ป่วยมีความปลอดภัยมากขึ้น ตาม 3P safety goals การดูแลผู้ป่วยเชื่อมโยงจากโรงพยาบาลสู่ชุมชน สร้างสังคมสุขภาวะ สร้างความเข้มแข็งของชุมชน การวัด วิเคราะห์ ตั้งเป้าให้เป็น CQI จริงๆ คิดเป็น รู้จริง ทั้งการรักษาในโรงพยาบาล การป้องกันโรคและการเชื่อมโยงเชิงระบบ แยกตามแต่ละกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายขึ้นเพื่อเป็นโอกาสพัฒนา ระบบความเสี่ยงยังเข้าใจไม่ถูกต้อง ไม่ครอบคลุม ทำ Case Appoach...
- Advertisement -

MOST POPULAR

HOT NEWS