เทคโนโลยีดิจิทัลอินเทรนด์และการดูแลสุขภาพ: ค้นหาสมดุลที่เหมาะสม

0
830

     ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล วงการสุขภาพก็ไม่ได้หลุดพ้นจากกระแสนี้ เมื่อคุณนึกถึงการปรับเปลี่ยนสู่ระบบสุขภาพดิจิทัล มีแนวคิดอะไรบ้างที่ผุดขึ้นมาในใจ คำที่กำลังฮิตติดปากอย่าง AI, Blockchain, Cloud และ Big Data (A,B,C,D) ก็มักจะโผล่เข้ามา อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแส และความหวังที่ล้อมรอบเทคโนโลยีเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือการหาสมดุลที่เหมาะสมในการประยุกต์ใช้เข้ากับงานด้านสุขภาพ

     ประเด็นหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือความสำคัญของการตัดสินใจทางคลินิก ในการแพทย์ และการดูแลสุขภาพ คือความไม่แน่นอน ความแปรปรวนมากมายในอาการแสดงของผู้ป่วย พฤติกรรมของผู้ป่วย และผู้ให้บริการ การตอบสนองทางชีววิทยา และบริบททางสังคม โรคส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกวินิจฉัยจากเกณฑ์การวินิจฉัยเท่านั้น แต่อาศัยรูปแบบของอาการทางคลินิก และความน่าจะเป็นของโรคบางอย่างภายใต้ข้อมูลที่มีอยู่ (การวินิจฉัยแยกโรค) 

     ในขณะที่เครื่องจักรจะเก่งในเรื่องตรรกะ และการคำนวณ เครื่องจักรทำงานได้ดีตราบใดที่ข้อมูลป้อนเข้าถูกต้อง แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่จะสามารถแปลงเป็นดิจิทัล หรือรับในรูปแบบดิจิทัลได้ อีกทั้งข้อมูลดิจิทัลก็ไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด ประสบการณ์ บริบท และการสัมผัสแบบมนุษย์ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อพูดถึงการสร้าง “Smart Hospital” หรือ”โรงพยาบาลอัจฉริยะ” อาจพิจารณาหลักการดังนี้

Being Smart No.1: Focus on Information & Process Improvement, Not Technology

     จุดเน้นควรอยู่ที่การปรับปรุงข้อมูล และกระบวนการ ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายหลักของการดูแลสุขภาพที่ชัดเจนจากคำว่า “สุขภาพ” และ “การดูแล” การดูแลที่มีคุณภาพสูงควรปลอดภัย ทันเวลา มีประสิทธิภาพ เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง และเป็นธรรม ระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิก (Clinical Decision Support Systems – CDS) สามารถมีบทบาทสำคัญในการเสริมการตัดสินใจ และการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ด้วยการใช้ความรู้ทางคลินิกและข้อมูลผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนาสุขภาพ และบริการด้านสุขภาพ”ตัวอย่างของ CDS มีหลายรูปแบบ เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ (expert system) สำหรับการวินิจฉัยแยกโรคและทางเลือกในการรักษา ระบบแจ้งเตือน (alerts & reminders) เพื่อเตือนหรือให้คำแนะนำในการรักษา เช่น เตือนแพ้ยา การนำแนวทางปฏิบัติทางคลินิก (clinical practice guidelines) มาให้อ้างอิงเป็น reference ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และการกำหนดมาตรฐานการสั่งการรักษา เช่น checklist หรือชุดคำสั่งการรักษา (order sets) เป็นต้น ซึ่ง CDS แต่ละรูปแบบจะมีข้อดีข้อเสีย ข้อจำกัด และบริบทการใช้งานที่เหมาะสมแตกต่างกัน”

Being Smart No.2: To Err is Human

     สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักเสมอคือ “การผิดพลาดเป็นเรื่องของมนุษย์” (To Err is Human) เราควรมองเทคโนโลยีสารสนเทศทางสุขภาพ (Health IT) และ AI เหมือนยา และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ อันมีทั้งประโยชน์ในการรักษา และผลข้างเคียง ดังนั้นควรมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นตัวนำในการนำไปใช้ ไม่ใช่ตามกระแส อารมณ์ หรือความปรารถนาในการได้รับการยอมรับ หรือผลประโยชน์ทางการเงิน

 Being Smart No. 3: Link IT Values to Quality (Including Safety)

     การกำกับดูแล และการนำไปปฏิบัติควรใช้แนวทางตามระดับความเสี่ยง (Risk-Based Approach) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม

Being Smart No.4:  Don’t Replace Human Users.  Use ICT to Help Them Perform Smarter & Better.

     สรุปแล้ว ถึงแม้เทคโนโลยีดิจิทัลอินเทรนด์ จะมีศักยภาพมหาศาลต่อการดูแลสุขภาพ แต่สิ่งสำคัญคือ การหาสมดุลที่เหมาะสม โดยมีเป้าหมายคือการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุน และเสริมพลังผู้ใช้ที่เป็นมนุษย์ ไม่ใช่เพื่อแทนที่พวกเขา ด้วยการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของทั้งมนุษย์ และเครื่องจักร เราสามารถร่วมกันสร้างระบบสุขภาพที่ฉลาดขึ้น ปลอดภัยขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับทุกคน

ฐากูร ฐิติเศรษฐ์ ถอดความและเรียบเรียง

ครีเอทีฟคอมมอนส์
งานนี้ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แบบแสดงที่มาไม่ใช้เพื่อการค้า ไม่คัดแปลง

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here