หมอพร้อม Super App: เทคโนโลยีผสานใจ มิติใหม่แห่งการดูแล

0
67

เส้นทางการพัฒนาของหมอพร้อมเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงบริบทโลกหรือ Megatrend และความพร้อมของมนุษย์ในการรับมือกับวิกฤต โดยหากทุกท่านจำกันได้ หมอพร้อมเกิดขึ้นมาในช่วงวิกฤต COVID-19 แพร่ระบาด ซึ่งนับได้ว่าเป็นยุคเริ่มต้นที่ทุกคนจดจำหมอพร้อมในฐานะแอปพลิเคชันสำหรับจองวัคซีน และจัดการข้อมูลช่วงการระบาดของโควิด-19 ต่อมาเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย แอปพลิเคชันไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกนำมาให้บริการพื้นฐานของสถานพยาบาล เช่น การดูประวัติสุขภาพเบื้องต้น จนถึงในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่การเป็น “Super App” ภายใต้แนวคิด “Healthy Life” เพื่อมุ่งเน้นนโยบายส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค สำหรับประชาชนทุกกลุ่มวัย ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโต และการปรับตัวด้านเทคโนโลยี

ในปัจจุบันหมอพร้อมถูกออกแบบให้เป็น “Citizen Digital Gateway” หรือประตูเชื่อมต่อระหว่างประชาชนกับระบบสาธารณสุข โดยมีฟังก์ชันหลัก 4 มิติ ได้แก่

  1. การเชื่อมต่อบริการสุขภาพ:  ให้บริการประวัติสุขภาพ (Personal Health Record: PHR) ใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ ใบนัดอิเล็กทรอนิกส์ และระบบแจ้งเตือน MOPH Alert
  2. การเชื่อมต่อประชาชนทุกกลุ่มวัย: โดยใช้หลักการจิตวิทยามาสร้างแรงจูงใจ เช่น กิจกรรมนับก้าวเดิน (เป้าหมาย 10,000 ก้าว) เพื่อสะสมคะแนนแลกรับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐหรือส่วนลดจากภาคเอกชน เช่น ร้านกาแฟ ด้วยระบบ Health ID ระบบยืนยันตัวตนสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้พิสูจน์ตัวตนก่อนเข้าดูข้อมูลส่วนบุคคล และประวัติสุขภาพของตนเองได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีระบบ Caregiver ID ที่ให้ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลพิสูจน์ตัวตนเพื่อเข้าทำธุรกรรมออนไลน์ และดูประวัติสุขภาพแทนบุตรหลานได้ รวมไปถึงระบบตรวจสอบสิทธิ P&P (Health Promotion and Prevention) ซึ่งเป็นบริการสร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค รวมถึงการขยายการใช้งานยังกลุ่มผู้เปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อให้ประชาชนรู้สิทธิ และสามารถจองคิวรับบริการส่งเสริมสุขภาพได้ตรงจุด
  3. การเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Dashboard): สามารถตั้งค่าแสดงผลพารามิเตอร์สุขภาพได้ถึง 12 รายการ เช่น ค่า BMI น้ำหนัก ความดันโลหิต ซึ่งข้อมูลจะถูกดึงมาแสดงผลร่วมกันเพื่อติดตามแนวโน้มสุขภาพ
  4. การเชื่อมต่อ Mini Application: รวบรวมแอปพลิเคชันย่อยของกระทรวงสาธารณสุขกว่า 18 แอปฯ และคอนเทนต์สุขภาพไว้ในที่เดียว รวมถึงการเชื่อมต่อให้สามารถบริจาคอวัยวะออนไลน์ร่วมกับสภากาชาดไทยได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชัน

หมอพร้อมจะเข้ามาเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและปลอดภัย ดังนี้

  1. ระบบยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยเทียบเท่า Mobile Banking: การเข้าถึงข้อมูลที่อ่อนไหวจะต้องผ่านระบบ Digital ID โดยประชาชนใช้ Health ID และบุคลากรทางการแพทย์ใช้ Provider ID เพื่อป้องกันการถูกโจรกรรมข้อมูล
  2. ศูนย์รวมข้อมูล PHR: ปัจจุบันมีฐานข้อมูลประวัติการรักษาของประชาชนกว่า 60 ล้านคน ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในยามเกิดภัยพิบัติ ผ่านระบบ MOPH-PHR Emergency ที่ช่วยให้แพทย์สามารถดูประวัติการรักษา และจ่ายยาต่อเนื่องให้ผู้ป่วยที่อพยพจากเหตุภัยพิบัติได้
  3. IoTs Data Hub: ระบบสามารถดึงข้อมูลพารามิเตอร์จากอุปกรณ์อัจฉริยะส่วนตัว (Internet of Things  devices: IoTs และ Wearable devices) เช่น สมาร์ทวอทช์ เครื่องชั่งน้ำหนักที่บ้าน หรือ Health Station ตามพื้นที่สาธารณะ มารวมกับข้อมูลจากระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (Hospital Information System: HIS) ได้อย่างไร้รอยต่อ

การขับเคลื่อน Digital Health Transformation โดยใช้หมอพร้อมจะเน้นการบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ได้แก่ ยึดหลักกฎหมาย และธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) โดยทุกการทำงานจะอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และ พ.ร.บ. ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ลดภาระงานด้วยระบบ Automation เช่น ระบบใบส่งตัวอิเล็กทรอนิกส์ (MOPH Refer) ที่มาแทนที่การใช้กระดาษแบบเดิม ช่วยแก้ปัญหาเอกสารสูญหาย และอ่านชื่อยาผิดพลาด ปัจจุบันใช้งานไปแล้วกว่า 2.4 ล้านเคส และระบบ Imaging Hub ที่แพทย์สามารถดูฟิล์มเอ็กซเรย์ข้ามโรงพยาบาลได้โดยคนไข้ไม่ต้องถือแผ่น CD (ใช้งานแล้ว 4 ล้านเคส)  นอกจากนี้ยังพร้อมที่จะขยายเครือข่ายความร่วมมือ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) กับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมถึงการผนึกกำลังกับภาคเอกชนในการมอบสิทธิประโยชน์และการยกเว้นค่าบริการแก่ผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน

อนาคตของ “หมอพร้อม” กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุค AI Transformation โดยมีเป้าหมายหลักดังนี้

  1. AI Coaching & Lifestyle Medicine: ใช้ AI ประมวลผลข้อมูลไลฟ์สไตล์ของประชาชน เพื่อให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพ (Individual Care plan)
  2. Imaging Hub: ใช้ AI ช่วยคัดกรองความผิดปกติเบื้องต้นจากภาพถ่ายทางการแพทย์
  3. การเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพที่แท้จริงของผู้ป่วย: ผู้ป่วยไม่ต้องจดข้อมูลใส่สมุด แต่สามารถลิงก์ข้อมูลสุขภาพเข้าแอปพลิเคชัน และเปิดให้แพทย์ดูได้ทันที
  4. การเปลี่ยนโครงสร้างโรงพยาบาล: เมื่อระบบ Health Service ดิจิทัลมีความครอบคลุม จะช่วยให้ระบบบริการปฐมภูมิสามารถคัดกรองและส่งต่อผู้ป่วยได้ดีขึ้น ทำให้โรงพยาบาลเน้นการรักษาที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเท่านั้น
  5. Public Health Open Data Platform และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ: ผลักดันให้เกิด Public Health Open Data ฐานข้อมูลระดับประเทศสำหรับงานวิจัย และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้แก่ประเทศไทย 

“หมอพร้อม” ได้เปลี่ยนผ่านจากเครื่องมือรับมือวิกฤต COVID-19 สู่การเป็น “Super App” และ “Citizen Digital Gateway” อย่างสมบูรณ์ ด้วยฟังก์ชันหลัก 4 มิติ ที่เชื่อมโยงบริการสุขภาพ ประชาชน และข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ปลอดภัยและยึดหลักธรรมาภิบาลข้อมูล การขับเคลื่อนนี้มุ่งยกระดับประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขทั้งประเทศ เพื่อมอบการดูแลเฉพาะบุคคล และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจดิจิทัล ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านนี้จึงเป็นส่วนสำคัญที่เกิดจากของความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างระบบสุขภาพดิจิทัลที่ยั่งยืนและเข้าถึงได้สำหรับคนไทยทุกคน

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลเพื่อแก้ไขปัญหา (Pain point) ในโรงพยาบาลนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายไอที แพทย์ หรือพยาบาลเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องร่วมมือกันนำเทคโนโลยีเข้ามาทำให้ระบบดีขึ้น”

บรรณสรณ์ เตชะจำเริญสุข

ผู้เรียบเรียง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here