Value-based Medication System: When Safety Leads to Savings

0
7

Final goals of VBM are improving quality of healthcare and using healthcare resources efficiency”

“SAFE to SAVE”

          ภญ.วิชชุนี พิตรากูล (ผู้เยี่ยมสำรวจ) คุณค่าของบริการสุขภาพ (Value-based health care, VBHC) คือ ผลลัพธ์สุขภาพที่ผู้ป่วยได้รับ (health outcome) เปรียบเทียบกับ จำนวนเงินหรือทรัพยากรที่ต้องใช้จ่ายไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์นั้น ภายใต้สมการ คุณค่า=ผลลัพธ์ + ค่าใช้จ่าย เป้าหมายของ Value-based medicine (VBM) คือการยกระดับคุณภาพของการบริการสุขภาพ ควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล VBM เป็นแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์ที่รวบรวมข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์ในระดับสูงสุดเข้ากับคุณค่าในมุมมองของผู้ป่วยที่ได้รับจากการดูแลรักษาเมื่อเทียบกับทรัพยากรที่เสียไป วิทยากรได้กล่าวถึง value driven care model ได้แก่ ปรับระบบงาน (job redesign) ออกแบบกระบวนการโดยผู้รับบริการมีส่วนร่วม (design thinking) ปรับกระบวนการดูแลรักษา (care redesign) การใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น IT, Robot, Innovation เป็นต้น Quality ที่ดี ทำให้เกิด outcome ที่ดี ส่งผลให้ลด cost การรักษา เป็นการเพิ่ม value ดังนั้น quality คือสิ่งสำคัญมากใน VBHC

Value-based medication system (VBMS) ไม่ใช่แค่จัดซื้อยาที่มีราคาถูก แต่เป็นทุกเรื่องที่ลด cost ได้ เช่น การใช้ยาที่ถูกต้องถูกเวลา outcome-based reimbursement, preventive focus, cost control, coordinated care

วิทยากรได้ยกตัวอย่าง โรงพยาบาล 2 แห่ง ที่ทำ VBMS ได้ดี ผลการทบทวนคำสั่งการใช้ยาสามารถป้องกันการจ่ายยาไม่สมเหตุผลและความไม่ปลอดภัย (ยาซ้ำซ้อน การปรับขนาดยาผู้ป่วย) เมื่อคำนวณเป็นมูลค่าที่ประหยัดได้พบ 3-4 ล้านบาทต่อปี สะท้อน VBHC ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล

          ภญ.พาขวัญ ปุณณุปูรต (คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี) โรงพยาบาลรามาธิบดี กำหนดให้ VBHC อยู่ในยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล เน้นบุคลากรสามารถใช้เครื่องมือที่มีคุณภาพ เน้นผลลัพธ์ระยะยาว ควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม  การขับเคลื่อนบริการสุขภาพตามแนวทาง VBHC เน้น 3 จุดในการพัฒนา คือ 1.ดูคน:การเข้าถึงด้วยดิจิทัล 2.ดูไข้:มาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นเลิศ 3.ดูคุ้ม: นวัตกรรมและสุขภาพ

ระบบจัดการด้านยา มีการใช้ value based procurement ร่วมกับ UHosNet พัฒนาเกณฑ์ในการคัดเลือดยาตาม price performance และต่อรองราคายาร่วมกัน ใช้แนวทางการจัดซื้อที่เน้นคุณค่าเพื่อพิจารณาความคุ้มค่า คุ้มราคาและประสิทธิภาพ พบว่าคนไข้แพ้ยาซ้ำเกิดจากยา stock ward จึงเกิด lean process ที่ IPD floor stock เกิดเกณฑ์การสำรองยาที่ ward จำนวนยาลดลง มูลค่าการสำรองยาลดลง ยาพอใช้ ไม่หมดอายุ ผลลัพธ์ด้านความปลอดภัย การแพ้ยาจากยา floor stock เป็น 0 นอกจากนี้ยังมีการลดการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็น เช่น acute diarrhea มูลค่ายาลดลง 237,000 บาท/ปี โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ(URI) มูลค่ายาลดลง 3.5 ล้านบาท/ปี การคลอดปกติ มูลค่ายาลดลง 125,000 บาท/ปี มีการกำหนดการควบคุมการสั่งใช้ยากลุ่ม High-cost เช่น IVIG ปรับคำนวณขนาดยาตาม ideal body weight และต้องโทรขออนุมัติข้อบ่งใช้นอกเกณฑ์ก่อนใช้ยา, Albumin ปรับเกณฑ์การสั่งและ revised ข้อบ่งใช้ให้รัดกุมขึ้น ยากลุ่ม triptans จำกัดการสั่งเฉพาะ neurologist ต้องมียา prophylaxis และจ่ายไม่เกิน 8 เม็ด/เดือน มีระบบเฝ้าระวังด้วยข้อมูล(Data-driven surveillance system) ค้นหา outlier และป้อนข้อมูลกลับเชิงรุกกับแพทย์กลุ่มเป้าหมาย สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ 237 ล้านบาทหลังจากการแก้ไขพฤติกรรมการสั่งยาของแพทย์เพียง 3 คน ความคุ้มค่าจากการใช้ยาอย่างสมเหตุผลลดค่าใช้จ่ายได้ 290 ล้านบาท มีการสร้างคุณค่าในทุกมิติของการจัดการยา prescription screening performance pharmacist verification มีการใช้ robotic inpatient dispensing system(IPD) ลดระยะเวลาการรอคอยจาก 54 นาทีเหลือ 22 นาที คนไข้ในรับยาด่วนภายใน 30 นาทีมากกว่าร้อยละ 80 มีระบบ telemedicine การเตรียมยาแบบรวมศูนย์ ลดการสูญเสียทรัพยากร นวัตกรรมด้านยา VEGF, Ramathibodi home-based chemotherapy model อัตราการรอดชีวิตนานกว่ากลุ่มนอนโรงพยาบาล 7.2 เดือน

ภญ.รัชฎาพร สุนทรภาศ (โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น) “Safe to Save” มีนโยบายการ subsidize cost ใช้ยา generic-IPD, one item one brand, Due ยาปฏิชีวนะ ยาราคาแพง ยากลุ่มเป้าหมาย ทบทวนนโยบายการนำยาเข้าบัญชียารพ. ถึงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย คุ้มค่าและมีรายการยาเท่าที่จำเป็น ทบทวนรายการยาในเภสัชตำรับ มีแนวทางการคัดเลือกยาที่มีคุณภาพเข้าสู่โรงพยาบาล critical point: procurement & patient safety ลดความคลาดเคลื่อนทางยา>90% นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (pharmacy informatics) เพื่อการจัดการด้านยาให้เกิดความปลอดภัย มีระบบการจัดการด้านยา Close Loop Medication Management System (CLMMs), CPOE, CDSS, EMA, e-MAR ลด pre dispensing error 47%, dispensing error 57% มีการปฏิบัติในการใช้ยา แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูล drug interaction การแพ้ยา เห็นข้อมูลเหมือนกับเภสัชกร ลด prescribing error ของแพทย์ ลด work load ของเภสัชกร พยาบาล ป้องกันการแพ้ยาซ้ำ

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

  1. การบูรณาการเข้ากับยุทธศาสตร์องค์กร (Strategic alignment)
  2. การสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง (Role of top management)
  3. การขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและการวัดผล (Data-driven decision making)
  4. การออกแบบและปรับปรุงกระบวนการใหม่ (Redesign & innovation)
  5. การเปลี่ยนวิธีคิดของทั้งองค์กร (Organization mindset shift)

ผู้ถอดบทเรียน: ผศ.(พิเศษ)นพ.ปฏิการ ดิสนีเวทย์

ภาพประกอบ: pch.vector on Magnific

                                                                                                      

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here