“ความปลอดภัยไม่ใช่เพียงกฎ ระเบียบ แต่คือวัฒนธรรม ที่ต้องฝังรากลึกในทุกระดับของสังคม” “ความยั่งยืน ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง หรือคนแค่บางกลุ่มเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องทำร่วมกัน เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่และยั่งยืน”
ศ.วุฒิสาร ต้นไชย “สานพลังสร้างสังคมเกื้อกูล เพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืนตลอดไป” อยู่ภายใต้แนวคิดหลัก ของการจัดงานครั้งนี้ คือ การสร้างวัฒนธรรมคุณภาพและความปลอดภัย โดยมีองค์ประกอบ ได้แก่ 1. สังคมเกื้อกูล : สังคมไทยมีทุนทางสังคมที่มีอัตลักษณ์พิเศษ คือ ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ความปรารถนาที่ดีต่อกัน ต่อคนทั่วไป รู้สึกเกื้อกูลต่อกันเป็นพื้นฐาน ซึ่งความเกื้อกูลแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ความเกื้อกูลโดยธรรมชาติ (เป็นธรรมชาติสังคมไทย) -By Nature ได้แก่ เครือญาติ (Kinship) สถาบันศาสนา/คำสอน และความรู้สึกเป็นคนชุมชนเดียวกัน (Sense of Community) และความเกื้อกูลที่ถูกสร้างขึ้น-By man made ได้แก่ การสร้างเครือข่าย (Network) องค์กรอาสาสมัครเพื่อสาธารณประโยชน์ (Volunteer Group/ Organization) และองค์กรเสมือนจริงที่รวมตัวในรูปแบบภาคประชาสังคม “เราจะรักษาความเกื้อกูลให้ยั่งยืนได้อย่างไร?” เราต้องมีความมั่นคงในเป้าหมาย/ อุดมการณ์/
ผลประโยชน์ เพื่อส่วนรวม ต้องมีสังคมคุณภาพ...
"งานได้ผล คนเป็นสุข"
การสร้างวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนด้วยผลการดำเนินงาน (Performance-Driven Culture) Performance-Driven Culture หรือ "วัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนด้วยผลการดำเนินงาน"
เป็นสิ่งที่หลายองค์กรพยายามสร้างเพื่อพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานทั้งในระดับบุคคลและองค์กรให้สูงขึ้น การสร้างวัฒนธรรมนี้เน้นไปที่การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน การให้ข้อเสนอแนะอย่างสม่ำเสมอ การมีผู้นำที่แข็งแกร่ง การปรับกระบวนการให้เหมาะสม และการสร้างแรงจูงใจที่ทำให้พนักงานมีความมุ่งมั่นที่จะบรรลุผลลัพธ์ที่สูงขึ้น โดยหลักการที่สำคัญของวัฒนธรรมนี้ประกอบด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน การพัฒนาความสามารถของพนักงานและการให้รางวัลตามความสำเร็จของพวกเขา
ประโยชน์ของ Performance-Driven Culture ประโยชน์สำหรับองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพและการผลิต: การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนทำให้องค์กรสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การติดตามและวัดผลช่วยให้องค์กรสามารถปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ได้ทันเวลา
ปรับปรุงผลการดำเนินงานทางการเงิน: การทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยผลช่วยเพิ่มผลกำไรและประสิทธิภาพในด้านการเงิน
เพิ่มนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์: วัฒนธรรมนี้ช่วยส่งเสริมให้พนักงานกล้าเสี่ยงและทดลองสิ่งใหม่ๆ ซึ่งนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถให้กับองค์กร
เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า: การที่องค์กรสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น ทำให้มีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์และบริการ
ดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถสูง: การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีทำให้พนักงานรู้สึกได้รับการยอมรับและท้าทาย ซึ่งช่วยดึงดูดพนักงานที่มีทักษะ
เพิ่มชื่อเสียงขององค์กร: องค์กรที่มีผลการดำเนินงานที่ดีจะได้รับการยอมรับในตลาดและสังคม
เพิ่มความพึงพอใจในงาน: การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและการได้รับการยอมรับจากผลงานทำให้พนักงานรู้สึกมีคุณค่าในงานที่ทำ
การพัฒนาทางอาชีพ: พนักงานจะมีโอกาสในการพัฒนาทักษะและความสามารถอย่างต่อเนื่อง
เพิ่มแรงจูงใจและความมุ่งมั่น: การได้รับข้อเสนอแนะและรางวัลกระตุ้นให้พนักงานมีความกระตือรือร้นในการทำงาน
ความสำเร็จและความภาคภูมิใจ: พนักงานรู้สึกภูมิใจในผลงานเมื่อได้รับการยอมรับและรางวัล
แนวทางในการสร้าง Performance-Driven Culture การสร้างวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนด้วยผลการดำเนินงานในองค์กรสามารถทำได้ผ่านหลายขั้นตอน โดยเน้นการมีผู้นำที่แข็งแกร่งและการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน
1. Strong Leadership:
Role modeling: ผู้นำต้องเป็นตัวอย่างในการทำงานที่ดีและมีมาตรฐานสูง
Empower employees: สร้างความเชื่อมั่นให้พนักงาน โดยการให้พวกเขามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
Create a supportive environment: สร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขามีคุณค่า
2.Clear Expectations & Goals:
Well-defined goals: ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนทั้งในระดับบุคคลและองค์กร
SMART goals: ตั้งเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง วัดได้ สามารถทำได้ เป็นไปได้ และมีกรอบเวลา
Cascading goals: การสื่อสารเป้าหมายจากระดับสูงไปยังระดับล่างอย่างมีประสิทธิภาพ
3.Regular...
“สุขภาพดีเกิดขึ้นได้ ด้วยทีมหมอครอบครัว และประชาชนจะเป็นเจ้าของสุขภาพ”
พว.เพ็ญศรี วงษ์พุฒ โรงพยาบาลแม่จัน ประธานชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย การได้มาทำงานในโรงพยาบาลชุมชน ซึ่งในอดียเคยปฏิบัติงานในทั้งห้องคลอด ห้องฉุกเฉิน แล้วได้ย้ายมาทำงานในชุมชน เพราะพบว่ามีเสน่ห์ เพราะต้องมี Soft skill ทำให้เมื่อมาทำงานในชุมชนแล้วจะหลงรัก “มาแล้วจะรู้ อยู่แล้วจะรัก” ด้วยการทำงานที่มีมาตรฐาน ปลอดภัยทั้งตัวเราและครอบครัว
ด้วยชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย เป็นการรวมตัวกันของโรงพยาบาลชุมชน ทั้ง 12 เขตสุขภาพเพื่อ
การทำงานในชุมชนด้วยความเป็นวิชาชีพ มีการดำเนินงานด้านนโยบายที่มีความยุ่งยาก ซับซ้อนพร้อมกับเชื่อมโยง
กับกองการพยาบาล ทั้งนี้มีความท้าทายหลักของโรงพยาบาลชุมชน ที่มีหลายองค์ประกอบ ดังนี้
ทรัพยากรจำกัด งบประมาณไม่เพียงพอ, การขาดแคลนบุคลากร
ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะทางการแพทย์, การใช้พลังงาน
การเข้าถึงบริการ พื้นที่ห่างไกล, ระบบส่งต่อผู้ป่วยไม่ทั่วถึง
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ขาดเครื่องมือและระบบดิจิทัล
โดยความท้าทายต่างๆ จะประสานงานความใกล้ชิดกับอสม.และโรงพยาบาลชุมชน เพื่อนำนโยบายมาดำเนินการ
สู่ชุมชน เพื่อให้ประชาชนและบุคลากรสาธารณสุขมีสุขภาพดี เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ทำให้เกิดความภาคภูมิใจมีความอิ่มใจ ฉะนั้นการทำงานชุมชนเกิดเสน่ห์ เพราะ 1.รู้ทุกคน 2.รู้ทุกบ้าน 3.รู้เครือข่าย 4.รู้ปัญหา 5. รู้วิธีพัฒนา โดยผ่านกระบวนการในการลงพื้นที่
เนื่องจากระบบการกระจายอำนาจมีการถ่ายโอนภารกิจ สอน./รพสต. สู่ อปท.ซึ่งดำเนินการจากปีงบประมาณ 2542 ถึง 2568...
HA National Forum 25
Building Quality and Safety Systems While Learning from Mistakes: Diagnostic error
Quality Learning -
“ถ้าเรามองว่างานทุกงานคือโอกาส ไม่ใช่ภาระ เราจะมีความสุขในการทำงาน”
ศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า
บทเรียนจากการวางระบบการดูแลผู้ป่วย Stroke Fast Tract เขตสุขภาพที่ 7 เป้าหมายของการดูแล Stroke คือ ผู้ป่วยเข้าถึงระบบบริการเร็วที่สุด แต่ปัญหาสำคัญที่พบคือ 1)ประชาชนไม่รู้อาการของโรค Stroke 2) ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยเข้าถึงระบบบริการได้เร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ให้การวินิจฉัยที่รวดเร็ว ถูกต้อง และ 3) ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในการสร้าง Awareness ของโรคต่างๆ ต้องมีเทคนิคต่างๆมาช่วยเพื่อให้สามารถสื่อสารไปถึงประชาชนได้มากยิ่งขึ้น เช่น การทำหนังโฆษณา เป็นต้น
การวินิจฉัยโรคที่ดีและถูกต้อง มาจากปัจจัยสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และถูกต้องจากผู้ป่วย ญาติ ผู้เห็นเหตุการณ์ หลักฐานรอบข้าง 2) การแปลผลจากข้อมูลข้างต้น และ 3) การตัดสินใจจากข้อมูลและประสบการณ์ของแพทย์ ร่วมกับระบบที่วางไว้ ซึ่งการวินิจฉัยที่ผิดอาจทำให้เกิด adverse outcome ตามมา ทั้งนี้แนวทางการรักษาผู้ป่วย เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการซักประวัติผู้ป่วยและญาติ การตรวจร่างกาย แปลผลข้อมูล วินิจฉัย และให้การรักษาซึ่งมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการรักษาคือความพร้อมของสถานพยาบาล ศักยภาพของทีมแพทย์/พยาบาล
องค์ประกอบของการวินิจฉัยที่ถูกต้องและปลอดภัย
1. ระบบ IT ต้องมีความพร้อม...
HA National Forum 25
Best Practices for Implementing PDPA in the Healthcare: แนวทางปฏิบัติที่ดีในการใช้ PDPA ในระบบสุขภาพ
Quality Learning -
PDPA ไม่ใช่เรื่องของข้อจำกัด แต่คือแนวทางสร้างความมั่นใจให้กับทุกคนในระบบสุขภาพ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) เป็นกฎหมายที่ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจากการนำ PDPA ไปปฏิบัติในโรงพยาบาล ทำให้เกิดข้อสงสัยจำนวนมาก โดยมีตัวอย่างคำถามที่พบบ่อยจากการนำ PDPA ไปปฏิบัติในโรงพยาบาล
การขอข้อมูลของโรงพยาบาล ตัวอย่างสถานการณ์ อำเภอ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขอข้อมูลผู้พิการ เพื่อนำไปทำบ้านให้ข้อมูลส่วนบุคคล คือ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทั้งทางตรง เช่น รหัสประจำตัวประชาชน รหัสประจำตัวผู้ป่วย (Hospital Number: HN) หรือทางอ้อมที่ทำให้ระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้ ซึ่งในกรณีดังกล่าวมีข้อพิจารณาคือ เป้าหมายของการใช้งาน/กิจกรรมการประมวลผลที่ชัดเจน ซึ่งผู้เกี่ยวข้องได้แก่ เจ้าของข้อมูล ผู้ควบคุม (โรงพยาบาล), ผู้ประมวลผลข้อมูล (ผู้ที่ได้รับมอบหมายหรือทำตามคำสั่ง/เห็นชอบจากผู้ควบคุมข้อมูล)
ในกรณีดังกล่าว เป็นการรับส่งข้อมูลความพิการซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหวตาม PDPA มาตรา 26 ระหว่างผู้ควบคุมข้อมูล (โรงพยาบาลที่ใช้ข้อมูล) ในฐานะเป็นผู้เปิดเผยข้อมูล และผู้ควบคุมข้อมูลข้อมูล (อำเภอ, อปท.) ในฐานะผู้รวบรวมข้อมูล มีประเด็นพิจารณาในเบื้องต้น คือ 1) ใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือชีวิต โดยผู้พิการนั้นไม่สามารถให้ความยินยอมด้วยตนเอง 2) มีความพิการและจำเป็นต้องได้รับการดูแลที่บ้าน 3) การให้บริการทางการแพทย์การให้บริการทางสังคมสงเคราะห์ 4) การใช้ข้อมูลเพื่อให้ดำเนินการคุ้มครองทางสังคม
ตัวอย่างสถานการณ์ เจ้าหน้าที่สัสดี...
HA National Forum 25
Systematic process design for medication safety: Emergency medication, High Alert drug (HAD), Medication reconciliation
Quality Learning -
“ความร่วมมือเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ”
“การ develop protocol ต้องทำเป็นทีม นโยบายชัด เป็นไปตามมาตรฐาน”
Systematic process design สำหรับ medical safety เป็นการประยุกต์แนวคิด 3C PDCA/DALI
ในการนำมาตรฐานสู่การปฏิบัติ ตามมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ II-6 การกำกับดูแลด้านยาและสิ่งแวดล้อมสนับสนุน มีการกล่าวถึงการกำกับดูแลยาที่ต้องระมัดระวังสูง (High Alert Drug, HAD) การป้องกัน Medical Errors(ME)/Adverse Drug Event(ADE) และการจัดหาและเก็บรักษายาและเวชภัณฑ์ฉุกเฉินที่จำเป็น การปฏิบัติในการใช้ยา ความถูกต้อง ณ ช่วงรอยต่อ/ส่งต่อ (Medical reconciliation) นอกจากนี้การเกิด ME และ ADE ยังเป็น 1 ใน 9 มาตรฐานสำคัญจำเป็นอีกด้วย โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ ผู้ป่วยปลอดภัยจากการ
ใช้ยา
Emergency medications: CPR, Ambulance and antidotes
โดย นพ.พงศกร อธิกเศวตพฤทธิ์โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์
โรงพยาบาลมีนโยบายยาฉุกเฉิน ยาเร่งด่วนและยาสำรองนอกหน่วยเภสัชกรรม ดังนี้ มียาฉุกเฉินพร้อมใช้ทุกพื้นที่ กำหนดและดำเนินกระบวนการสำหรับการจัดเก็บ รักษา...
HA National Forum 25
ติวเข้ม PDSC(การรับรองเฉพาะโรค/ เฉพาะระบบ) ฉบับวงใน ขยับทีม PCT/ CLT อย่างไรให้ได้ผลลัพธ์
Quality Learning -
“PDSC ไม่ใช่แค่กระบวนการรับรอง แต่เป็นการพัฒนา คน ระบบ และวัฒนธรรมองค์กรไปพร้อมกัน ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่งของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เกิดจากการเก่งร่วมกัน ของทีมที่มีเป้าหมายเดียวกันเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย การขับเคลื่อน PDSC ต้องเริ่มจาก Passion และความเชื่อในคุณค่าของงาน ผสานกับการทำงานเป็นทีมที่มีความไว้วางใจและการสนับสนุนจากระบบที่เหมาะสม เมื่อทุกฝ่ายผสานพลังกันอย่างกลมกลืน ความเป็นเลิศที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง”
การรับรองเฉพาะโรค/เฉพาะระบบ (Program-based Disease Specific Certification: PDSC) เป็นกลไกเชิงวิชาการที่มุ่งพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้มีความเป็นเลิศในด้านการดูแลผู้ป่วยโรคเฉพาะหรือระบบที่กำหนด โดยเน้นการยกระดับคุณภาพการดูแลให้มีมาตรฐานสูง มีความปลอดภัย และตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพ PDSC ไม่เพียงเป็นเครื่องมือในการประเมินและรับรองคุณภาพ แต่ยังเป็นแนวทางในการ
บูรณาการการทำงานของทีมสหวิชาชีพเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางคลินิกและประสบการณ์ผู้ป่วยที่ดีขึ้น
มุมมองจากผู้นำ
ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช (คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล) การทำ PDSC เริ่มต้นด้วยคำว่า “Do the best for the most” ทำทุกอย่างดีที่สุดเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสังคมที่กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้” ท่านได้แชร์ประสบการณ์ของศิริราชในการทำ PDSC แรกคือ PDSC การผ่าตัดข้อเข่าเทียม ว่าเริ่มจากการสร้างวิธีคิด 1. เราอยากเป็นเลิศให้เป็นที่ประจักษ์เรื่องอะไรบ้าง? 2. การสร้างทีมสำคัญที่สุด ให้มองหาคนที่มีจิตวิญญาณมีความชอบคล้ายกัน คนที่ทำงานคล้ายกัน มาทำทีมร่วมกัน เห็นภาพเดียวกัน ทำในรูปแบบและบริบทของเราเอง ต้อง trust
ซึ่งกันและกัน เห็นประโยชน์เพื่อองค์กร...
อาจารย์เรวดี ศิรินคร (ผู้เยี่ยมสำรวจ สรพ.) การเยี่ยมโรงพยาบาล พบว่าปัญหาส่วนใหญ่ NCD (Non-Communicable Diseases) หมายถึง กลุ่มโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุจากการติดเชื้อ หรือจากเชื้อโรค ไม่ติดต่อผ่านการสัมผัส คลุกคลี หรือผ่านตัวนำโรค (พาหะ) แต่เป็นโรคที่เกี่ยวกับนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิตอย่างไม่ระมัดระวัง เมื่อสะสมนานวันเข้าส่งผลต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแบบไม่รู้ตัวขึ้นเยอะมาก และเมื่อไปเยี่ยมก็จะพบว่าทีมงาน ในคลินิก NCD มีความท้อ เพราะผลลัพธ์ไม่ดี รวมถึงภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ก็มีประสบการณ์การไปเยี่ยมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกระนวน ซึ่งพบว่าผลลัพธ์ดี เป็นโอกาสดี เพราะตอนนี้ไปที่ไหนก็พูดเรื่องนี้ รวมถึงมีการนับ carb
พว.จูณีย์ คงทรัพย์ (โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกระนวน) หลายๆ โรงพยาบาลอาจทำได้ดีกว่านี้ อย่างไรก็ตามถือโอกาสเป็นการและกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยจากปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCD เราเองเคยรู้สึกท้อ แต่ก็คิดได้ว่าหากเราท้อคนไข้จะพึ่งใคร กระนวนเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกระนวนเป็น รพ. ชุมชน ขนาด M1 ประชากรจำนวน เก้าหมืื่น คน เป็น DM 6,000 กว่าคน และ HT กว่า 9,000 คน
ตัวอำเภอห่างจากตัวจังหวัด 69 กม. จากค่าเฉลี่ยระดับประเทศ...
ปรับ Mindset ทำได้ ทำเป็น ทำต่อ
เรามี 2 มือเท่ากัน 2 ขาเท่ากัน 1สมองเท่ากัน
ใครทำได้ เราก็ทำได้เช่นกัน
การใช้ข้อมูลในการจัดการยา (Data-Driven Medication Management เป็นวิธีที่สำคัญในการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ป่วยและยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน โดยการใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาช่วยลดข้อผิดพลาดในการให้ยา ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และปรับกระบวนการต่างๆ ให้เหมาะสมกับการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ การนำข้อมูลมาช่วยในการตัดสินใจทำให้ลดข้อผิดพลาดจากกระบวนการที่ไม่เหมาะสมหรือช้าเกินไป อีกทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ช่วยให้ผู้บริหารและบุคลากรทางการแพทย์สามารถปรับปรุงกระบวนการทำงานได้อย่างรวดเร็ว เช่น บัญชียาโรงพยาบาลที่เหมาะสมกับบริบท
การลด Medication error/Adverse drug event
การสำรองยาให้เหมาะสม
ปัญหาคนไข้ได้รับยาล่าช้า
ลดการทำงานซ้ำซ้อน
การเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ยา (Data-Driven Decision-Making: Enhancing Medication Safety) การใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ (Data-Driven Decision-Making) เป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยเพิ่มคุณภาพ ลดข้อผิดพลาด และเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับระบบการบริหารยา โดยเฉพาะในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์
ซึ่งได้มีการพัฒนาและปรับปรุงระบบด้วยการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุน
การใช้ข้อมูลในการจัดการยา การวิเคราะห์ข้อมูล: การนำข้อมูลมาใช้เพื่อปรับปรุงกระบวนการ เช่น การจัดสรรยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วย ลดความล่าช้า และลดความผิดพลาดในการบริหารยา การติดตามผล: ใช้ตัวชี้วัดเพื่อประเมินผลลัพธ์ในการให้ยา เพื่อให้การบริหารยาเป็นไปตามมาตรฐานและสามารถตอบสนองความต้องการของ
ผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การปรับปรุงกระบวนการและการบริหารจัดการ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ได้นำกรอบความคิด Balanced Scorecard (BSC) มาใช้ ซึ่งประกอบด้วย...
HA National Forum 25
Reduction of stigma& discrimination as a pathway to build quality culture
Quality Learning -
“การลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติเป็นเส้นทางสู่การสร้างวัฒนธรรมคุณภาพที่แท้จริง การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่เริ่มจากพวกเราทุกคนนี้ จะค่อยๆเติบโต และแผ่ขยายเป็นวัฒนธรรมคุณภาพที่เข้มแข็ง นำไปสู่การสร้างบริการสุขภาพที่เท่าเทียมและมีคุณภาพสำหรับผู้ป่วยทุกคน”
“สร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้นอย่างคงเส้นคงวา = วัฒนธรรมคุณภาพ”
การประชุมนี้จัดเป็นรูปแบบ workshop มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความตระหนักผลกระทบการตีตราและเลือกปฏิบัติในกลุ่มผู้ติดเชื้อ HIV ค้นหาแนวทาง ลดการตีตราและเลือกปฏิบัติในหน่วยงาน และพัฒนาคุณภาพ สู่เป้าหมาย U=U
การตีตรา (Stigma) หมายถึง ทัศนคติและความเชื่อเชิงลบที่สังคมหรือบุคคลอาจมีต่อกลุ่มคนบางกลุ่ม ซึ่งมักนำไปสู่การเลือกปฏิบัติและการกีดกัน ในด้านการดูแลสุขภาพ การตีตราอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดูแลและผลลัพธ์ของผู้ป่วย โดยสร้างอุปสรรคต่อการเข้าถึงและการรักษา
ผลตามมาของการตีตรา (consequences of stigma) ส่งผลให้ลดความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยในการรักษา ปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น ความพึงพอใจในการทำงานต่ำลงและการลาออกสูงขึ้นในหมู่พนักงาน นอกจากนี้ยังมีผลกระทบเชิงลบต่อวัฒนธรรมโดยรวมของสถานที่ทำงาน
วิทยากรได้ตั้งคำถามว่า นอกจากวันนี้ที่จะคุยกันเรื่อง PLHIV มีการตีตราผู้ใช้บริการอะไรอีกบ้าง คำตอบของผู้เข้าร่วมประชุมมีดังนี้ 1.ผู้ป่วยจิตเวช 2.สารเสพติด 3.TB และ4.โรคติดต่อร้ายแรง
การตีตราและเลือกปฏิบัติต่อผู้อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV ข้อมูลผลสำรวจคนไทยมีทัศนคติเลือกปฏิบัติต่อ “ผู้ติดเชื้อเอชไอวี” 27.9% นำไปสู่การเร่งเดินหน้ายุติการตีตรา ขณะที่ผู้ติดเชื้อเอช ไอ วีรายใหม่ 9,230 คนเป็นเยาวชนอายุ 15-24 ปี เกือบ 50% (4,379 คน) และผลสำรวจดัชนีตีตราและเลือกปฏิบัติในผู้ติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทยปีพ.ศ.2566 พบว่าเยาวชนอายุ 18-24 ปี...


















































